เพราะเรามีเพียงใบหน้าเดียว ดังนั้นการเลือกครีมบำรุงผิวหรือเครื่องสำอางนอกจากให้ความสวยงามแล้วต้องปลอดภัยต่อผิวหน้าด้วย สารสามชนิดที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นสารตัวร้ายทำลายผิว หากพบว่ามีการปะปนอยู่ในเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิว นั่นก็คือสารปรอท สารไฮโดรควินโนน และสเตียรอยด์ ซึ่งสารทั้งสามตัวนี้เป็นสารต้องห้ามใช้ในครีมหรือเครื่องสำอาง

บิ๊กบอสสารปรอท ขาวทันใจ ไวกว่าจรวด เพราะสารปรอททำให้เซลล์ผิวแบ่งตัวเร็วขึ้น และไปยับยั้งการผลิตเม็ดสีใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวนุ่มนวลขาวขึ้นภายใน 1-3 วัน แต่แน่นอนว่าไม่มีสารตัวไหนในโลกที่ทำให้เราขาวได้เร็วขนาดนั้นในเวลาเพียงไม่กี่วัน สารปรอทเป็นโลหะหนัก เป็นพิษร้ายทำลายระบบประสาทและเซลล์สมอง เป็นต้นเหตุของมะเร็งผิวหนัง ในระยะสั้นๆ ผิวที่ที่สัมผัสสารปรอทจะรู้สึกแสบร้อน เกิดผื่นแดง ผิวจะบางลง ไวต่อแสงแดด ต่อไปผิวหน้าจะดำและเป็นฝ้าถาวร วายร้ายตัวที่สอง สารไฮโดรควินโนน มีหน้าที่หยุดการผลิตเม็ดสีเมลานินทำให้ผิวขาวขึ้น เป็นสารที่มีความปลอดภัยสูง สามารถผสมในเครื่องสำอาง ได้ในความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 2 ในระดับความเข้มข้นที่มากกว่านั้นจะถือเป็นยา ต้องจ่ายให้โดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้น แต่ถ้าหากมันหาทางเล็ดรอดมาถึงมือผู้บริโภคได้และถูกใช้โดยผิดวิธี ผลของมันคือหน้าจะเกิดเป็นฝ้าดำหนา หรือเป็นด่างขาวถาวรได้ สุดท้ายสมุนร้ายสเตียรอยด์ทำให้หน้าขาวเหมือนกัน ผลของมันคือการเกิด “สิวสเตียรอยด์” ลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงทั่วใบหน้าแต่ไม่มีการอุดตันเหมือนสิวทั่วไป ถ้าใช้สารนี้ไปนาน ๆ จะทำให้ผิวหน้าบางลง ไวต่อมลพิษต่างๆจากภายนอก เกิดผดผื่น บวมแดง ผิวอ่อนแอแพ้ง่าย ผิวจะติดสเตียรอยด์ใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่มีฤทธิ์อ่อนกว่าไม่ได้แล้ว

เราสามารถทดสอบอาการแพ้ได้โดยการทาครีมลงที่ผิวด้านหน้าใบหู ข้อพับ หรือบริเวณที่ผิวบอบบางเพื่อทดสอบ ถ้าเกิน 48 ชั่วโมง แล้วไม่ออกอาการแพ้ จึงสามารถนำมาใช้กับหน้าได้ นอกจากนั้นยังมีชุดทดสอบสารปรอทและสเตียรอยด์ขายด้วย ถ้าไม่มั่นใจในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ภาษิตที่ว่ากันไว้ดีกว่าแก้และช้าๆได้พล้าสองเล่มงามก็ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยว่าไหม?