ประโยชน์ในการใช้ Botulinum Toxin

1. มีข้อบ่งใช้ในการรักษาอาการตาเข (Strabismus)

อาการที่ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อตาได้(Blepharospasm) อาการทรงตัวที่ผิดปกติของศรีษะและอาการปวดกล้ามเนื้อคอ(Cervical dystonia) นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการใช้ Botulinum Toxin ในการรักษาโรคต่างๆ เช่น อาการปวดเส้นประสาท อาการปวดหัวไมเกรนและโรคอ้วน เป็นต้น

2.การใช้เพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้า

ริ้วรอยบนใบหน้าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความมีอายุที่คนทั่วไปไม่ปรารถนาให้ปรกกฎขึ้นบนใบหน้า เช่น ตีนกา รอยย่นระหว่างคิ้ว และรอยย่นบริเวณหน้าผาก การใช้ Botulinum Toxin ฉีดในตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่เป็นต้นเหตุของริ้วรอยดังกล่าวจะทำให้ริ้วรอยจางหายไปได้

3. การใช้เพื่อลดเหงื่อที่ออกมากผิดปกติ(Hyperhidrosis)เฉพาะที่

ภาวะเหงื่อที่ออกมากเนื่องจากการทำงานมากเกินไปของต่อมเหงื่อในร่างกายซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยได้แก่บริเวณรักแร้ การใช้ Botulinum Toxin ฉีดบริเวณรักแร้อย่างถูกวิธีสามารถลดเหงื่ออันเป็นที่มาของกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้

4. การใช้เพื่อปรับรูปหน้า

ปัจจุบันรูปหน้าที่เป็นที่นิยมคือรูปหน้าเรียว หรือ หน้ารูปไข่มากกว่ารูปหน้าสี่เหลี่ยม การแก้ไขปัญหาหน้าสี่เหลี่ยมต้องพิจารณาต้นเหตุว่าเกิดจากกระดูกกรามหนา หรือเป็นส่วนของกล้ามเนื้อมุมกราม(Masseter muscle)ที่ใหญ่ Botulinum Toxin สามารถลดขนาดของกล้ามเนื้อมุมกรามที่ใหญ่ ปรับรูปหน้าให้แลดูเรียวขึ้นได้

5. การใช้เพื่อลดขนาดน่อง

การใช้ Botulinum Toxin ในตำแหน่งที่ถูกและปริมาณที่เหมาะสม สามารถลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง ทำให้น่องเรียวเล็กได้โดยที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าการผ่าตัดเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อน่อง หรือการตัดกล้ามเนื้อออกบางส่วนซึ่งอาจจะส่งผลต่อการใช้งานและเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นที่ขาได้

ข้อควรระวังในการใช้ Botulinum Toxin

อาการข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปจาการใช้ Botulinum Toxin ได้แก่ อาการปวดศีรษะ ปวดแดงบริเวณที่ฉีด การฉีดผิดที่ ผิดตำแหน่ง ปริมาณที่มากเกิน หรือมีการแพร่ของยาไปในตำแหน่งที่ไม่พึงประสงค์ทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น หนังตาตก กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ ซึ่งสามารถฟื้นตัวได้เองใน2-4สัปดาห์ ผลข้างเคียงอื่นๆเช่นการเกิดอาการเขียวช้ำโดยเฉพาะคนที่ใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรืออาหารเสริมบางชนิด ดังนั้นการใช้ Botulinum Toxin ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญ เพื่อให้ได้รับผลการรักษาที่ดีและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด

มีความเสี่ยงของการรักษาที่ไม่ได้ผล หรืออาจเกิดผลข้างเคียงได้ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
พญ.ผาณิต หนุนภักดี